ราชวงศ์จักรี
(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช
2325 เป็นต้นมา รวมระยะเวลาได้กว่า200ปี มาแล้วที่บ้านเมืองของไทยอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขภายใต้พระบรมโพธิ์สมภารของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทั้ง9พระองค์
แม้รูปแบบการปกครองจะเปลี่ยนไปจากระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สามารถทำให้พระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์ไทยที่จะทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนมีความสุขอยู่ดีกินดี
แปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้พระราชกรณียกิจที่แต่ละพระองค์ได้ทรงบำเพ็ญนั้น
ก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่งด้วยล้วนเป็นปัจจัยให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆจนกลายเป็นความเจริญรุ่งเรืองสืบมา
รวมทั้งยังสามารถทำให้ประเทศไทยดำรงความเป็นเอกราชให้ลูกหลานชาวไทยได้ภาคภูมิใจมาตราบจนทุกวันนี้
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 (พ.ศ. 2327 - 2352)
พระนามเดิม ทองด้วง
เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
(พระอักษรสุนทรทองดี) ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2378 ในรัชกาลสมเด็จพระบรมโกศได้สมรสกับธิดาคหบดีบ้านอัมพวา ตำบลบางช้าง
จังหวัดสมุทรสงครามหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าในพ.ศ. 2310 แล้ว
สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีได้กู้อิสรภาพและสร้างกรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯได้เข้ารับราชการกับ
สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงพระปรีชาสามารถในการรบจนเป็นที่โปรดปราน
นับเป็นขุนพลคู่พระทัยฝ่ายขวาได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพในสงครามครั้งสำคัญหลายครั้งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์
ศึก ใน พ.ศ. 2319
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 (พ.ศ. 2310 - 2367)
มีพระนามเดิมว่า
ฉิมเป็นพระโอรสพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ประสูติแต่สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ณ บ้านอัมพวา แขวงเมืองสมุทรสงคราม
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2310 เมื่อยังทรง พระเยาว์ ได้ทรงศึกษาอักขรสมัยในสำนักสมเด็จพระวนรัต
(ทองอยู่)วัดบางหว้าใหญ่ ด้านวิชาการรบ
สำหรับขัตติยราชกุมารนั้นพระองค์ได้ทรงศึกษาจากประสบการณ์ที่เป็นจริง
กล่าวคือได้ทรงตามเสด็จพระบรมชนกนาถไปในราชการสงครามทุกครั้งซึ่งพระปรีชาสามารถและความจัดเจนนี้ย่อมเป็นที่
ประจักษ์ จนได้รับโปรดเกล้าฯให้สถาปนาพระองค์ท่านขึ้นเป็นกรมพรราชวังบวรสถานมงคล
ที่พระมหาอุปราชแทน
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2367 - 2394)
มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าทับ
เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
และกรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2330 ต่อมาได้รับ
สถาปนาพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
พระองค์ทรงเริ่มปฏิบัติราชการมาตั้งแต่สมเด็จพระบรมชนกนาถ
ยังดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลจึงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยให้ปฏิบัตพระราชกรณียกิจ
ต่างพระเนตรพระกรรณหลายประการพระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงบำเพ็ญในรัชกาลที่ 2
ได้แก่ราชการในกรมท่าซึ่งมีหน้าที่ด้านการค้าและสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
เงินผลประโยชน์จากการค้าสำเภาของพระองค์ครั้งนี้
ต่อมาได้นำมาใช้ในภาวะคับขันของบ้านเมืองด้านการป้องกันพระนคร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394 - 2411)
ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สองในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ประสูติแต่ สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ณพระราชวังเดิม กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 เมื่อพระชน
มายุ 13 พรรษา ประกอบพระราชพิธีโสกันต์อย่างใหญ่
หลังจากนั้นทรงผนวชเป็นสามเณร 7 เดือนเสด็จเสวยสวรรยราชสมบัติอยู่
18 ปีก็เสด็จสวรรคตเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือนสิบเอ็ด ขึ้น 15
ค่ำ จ.ศ. 1230 (พ.ศ. 2411) สิริพระชนมายุได้ 64 พรรษา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411 - 2453)
ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
พระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396
ทรงได้รับการศึกษาเป็นอย่างดีทั้งด้านอักษรศาสตร์ โบราณราชประเพณี
วิชาการสงครามและการปกครอง ทั้งยังทรงใฝ่พระทัยศึกษาพระธรรมวินัย
ทรงผนวชเป็นสามเณรเมื่อ พ.ศ. 2409 และเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ.
2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับบรมราชาภิเษก
2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม
พ.ศ. 2411 ขณะทรงมีพระชนมพรรษาเพียง 16 ปี โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)เป็นผู้สำเร็จราช
การแทนพระองค์ จนทรงบรรลุนิติภาวะแล้วจึงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติอีกครั้งเมื่อ
พ.ศ. 2416 เสด็จ ครองราชย์นานถึง 42 ปีสวรรคตเมื่อวันที่
23 ตุลาคม พ.ศ. 2453
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453 - 2468)
ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
พระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคมพ.ศ. 2423
ทรงศึกษาภาษาไทยอย่างแตกฉาน แล้วจึงเสด็จไปศึกษาวิชาทหาร ณ
ประเทศอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2436 ขณะทรงมีพระชนม์พรรษาเพียง 14
ปีต่อมาทรงเข้าศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
และภูมิศาสตร์เสด็จนิวัติคืนสู่ประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2445 รวมเวลาประทับ
ณ ประเทศอังกฤษถึง 9 ปี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จครองราชย์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สวรรคต เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนพ.ศ. 2468 รวมสิริราชสมบัติ 16 ปี
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468 - 2477)
ทรงเป็นพระราชโอรสองค์สุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงพระราชสมภพเมื่อวันพุธ แรม 14 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง
ตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายนพ.ศ. 2436 และเสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยพิการ
ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 รวมพระชนมายุ
48 พรรษา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 (พ.ศ. 2477 - 2489)
ทรงเป็นพระโอรสพระมหิตลาธิเบศร์อดุลยเดชวิกรมบรมราชชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 พระองค์ไม่เพียงแต่ทรงพระราชสมภพในต่างประเทศ
ทรงขึ้นครองราชยสมบัติ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ
ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 นั้นคณะรัฐบาลด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร
จึงอัญเชิญพระองค์ขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งราชจักรีวงศ์ ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
อดุลยเดชวิมลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์สยามินทราธิราช ขณะทรงมีพระชนมายุ 9 พรรษา โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
เป็นคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลประทับอยู่ในพระนครเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทยครั้งที่
2 นั้นโดยมิได้คาดฝันพระองค์เสด็จสวรรคต เพราะถูกพระแสงปืน
ณพระแท่นบรรทมในพระที่นั่งบรมพิมาน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน
พ.ศ. 2489 หลังจากเสวยราชสมบัติอยู่เป็น เวลา 12 ปีเท่านั้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470
ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 3 ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์อดุลยเดชวิกรมบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อานันทมหิดล เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนพ.ศ. 2489
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากนั้นทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ
เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 และทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 จากนั้นทรงเสด็จไปสวิสเซอร์แลนด์
เพื่อทรงศึกษาต่อ และเสด็จกลับ พ.ศ. 2494
และปกครองประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้
(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
ผู้จัดทำ
นางสาวกนกวรรณ คีรีรักษ์
นางสาวพิกุลแก้ว ดำคง


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น